• ขอบตาคล้ำ ต้องทำฉันใด

    ผิวสวย

    ขอบตาคล้ำ ต้องทำฉันใด (Momypedia)
    โดย: วิลาสิณี

    คงไม่มีใครอยากเป็นหมีแพนด้า

    หญิงสาวหลายคนเป็นกังวลกับรอยดำ ๆ วงคล้ำ ๆ ใต้ลูกกะตา เพราะทำให้เสียเซลฟ์ ความมั่นใจหดหายกันไปเยอะ ว่าแต่ว่ามันเกิดจากอะไร แล้วทำยังไงถึงจะหายนะ

    สาเหตุ

    ขอบตาคล้ำ คือ เส้นเลือดใต้ดวงตาของคุณไหลเวียนไม่ดี เป็นได้ทั้งจากกรรมพันธุ์ ขยี้ตาบ่อย แพ้ครีมทารอบดวงตา อดนอน หรือภูมิแพ้ คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ บางคนจะมีเส้นเลือดดำรอบตาขยายใหญ่กว่าคนทั่วไป นี่เองที่เป็นสาเหตุให้ขอบตาของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ดูคล้ำกว่าคนทั่วไป

    วิธีแก้ไข

    วิธีที่ 1 ลองใช้แตงกวาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ หรือใช้ถุงชาที่ชงแล้วแช่ให้เย็นเจี๊ยบมาประคบที่ตาจนแตงกวาหรือถุงชาหายเย็น

    วิธีที่ 2 ผสมเกลือ 1 ช้อนชากับน้ำร้อนครึ่งถ้วย ใช้สำลีหรือผ้าชุบ แล้วนำมาปิดตาประมาณ 10 นาที

    ถ้าลอง 2 วิธีนี้แล้วยังไม่หายคล้ำ ก็ลองพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลัง หรือลองใช้ครีม Whitening ชนิดที่ใช้ทาใต้ดวงตา แต่ถ้าทำทุกอย่างที่บอกมาแล้วตายังเป็นแพนด้าอยู่อีก ปัจจุบันมีการใช้เลเซอร์รักษาด้วย แต่วิธีนี้ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยอาการก่อน ซึ่งก็ไม่อยากแนะนำเท่าไหร่นัก ทางที่ดีที่สุด คือ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากตาจะไม่ดำแล้ว ยังป้องกันโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย


  • ทาครีมบำรุงอย่างถูกวิธี…เผยผิวสวยใสไปอีกนาน

    ทาครีมบำรุงอย่างถูกวิธี…เผยผิวสวยใสไปอีกนาน

    สมัยนี้มีครีมบำรุงผิวให้เลือกมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ลดรอยตีนกา ยกกระชับผิว คืนความชุ่มชื่น ลดเลือนจุดด่างดำ ฯลฯ

    แล้วเคยสงสัยไหมคะว่า ในการทาครีมแต่ละครั้ง เราควรจะใช้ครีมปริมาณเท่าใด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด…ที่สำคัญไม่เปลืองสตางค์ในกระเป๋า เพราะหากใช้อย่างถูกวิธี ก็จะช่วยประหยัดไปได้เยอะทีเดียว

    1. การทาครีมบนใบหน้า ปริมาณ ครีมที่ใช้แต่ละครั้งต้องให้พอเหมาะ เพราะถ้าใช้น้อยเกินไป ก็จะเห็นผลช้า ทามากเกินไป ก็จะทำให้หน้ามัน ควรใช้ครีมประมาณ 1 ข้อนิ้ว / การทาครีม 1 ครั้ง เริ่มแต้มครีมที่บริเวณ 5 จุด คือ หน้าผาก จมูก แก้มทั้งสองข้าง และคาง โดยใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเกลี่ยจากส่วนกลางไปยังส่วนข้าง ซ้ายออกซ้าย ขวาออกขวา ตามด้วยแนวสันจมูก ใต้โพรงจมูก คาง และหน้าผาก เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้

    2. การทาครีมรอบดวงตา ใช้ เนื้อครีมประมาณ 1 เมล็ดถั่วเขียว โดยใช้นิ้วนางในการทา เพราะน้ำหนักกดเบาที่สุด โดยทาครีมไล่ตามแนวโครงกระดูกเบ้าตา จะเริ่มที่หัวตาหรือหางตาก่อนก็ได้ จากนั้นทาวนไปรอบ ๆ ดวงตา และควรวนไปในทิศทางเดียวกันทั้งสองข้าง

    3. การทาครีมบริเวณลำคอ ใช้ เนื้อครีมเท่ากับที่ทาใบหน้า โดยเริ่มทาจากบริเวณที่กว้างที่สุดของลำคอ คือ บริเวณฐานลำคอแล้วใช้ปลายนิ้วค่อย ๆ ลูบไล้ขึ้น ไม่ควรทาลง เพราะจะทำให้ผิวบริเวณลำคอหย่อนยาน

    4. การทาครีมบริเวณหน้าอก ใช้ ครีมที่เหลือจากลำคอ ทาลูบไล้ในช่วงอกต่อไป โดยการใช้ปลายนิ้วลูบไล้เพียงเบา ๆ และวนให้ทั่วแผ่นอก แล้วค่อยไล่ทาไปที่หน้าท้องและส่วนหลัง

    5. การทาครีมบริเวณแขน ควรทาครีมที่บริเวณต้นแขนด้านท้องแขน แล้วทาวนขึ้นหลังแขน โดยการใช้ปลายนิ้วลูบไล้เพียงเบา ๆ เพื่อให้เนื้อครีมซึมซับเข้าสู่ผิว

    6. การทาครีมบริเวณขาและเท้า ควรเริ่มต้นที่ต้นขา แล้วค่อยวนไปที่ปลายขา เน้นบริเวณหน้าแข้งทั้งสองข้าง เพราะบริเวณนี้ผิวค่อนข้างแห้งที่สุด และไม่ควรลืมทาครีมที่บริเวณเท้าทั้งสองข้าง ทาทั้งหลังเท้าและฝ่าเท้า พร้อมทำการนวดให้ทั่วอุ้งเท้า เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิต


  • ผิวนุ่มชุ่มชื่นด้วย น้ำกะทิ

    น้ำกะทิ

    ผิวนุ่มชุ่มชื่นด้วย ‘น้ำกะทิ’

    ใคร ๆ ก็ปรารถนาอยากมีผิวที่นุ่ม ชุ่มชื่น ชวนสัมผัส แต่สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวแห้ง แตกเป็นขุยก็ไม่ต้องกลุ้มใจไป

    วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาผิวแห้งให้กลับมานุ่มชุ่มชื่นด้วยวิธีง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งน้ำแร่ หรือไปแช่น้ำนมมาฝากให้คุณและกลุ่มเพื่อนสาวนำไปลองทำกันค่ะ

    วิธีการก็แสนจะง่าย เริ่มจากการเปิดเพลงโปรดของคุณคลอเบา ๆ แล้วนำน้ำกะทิมาผสมกับน้ำที่คุณจะแช่ตัว จากนั้นค่อย ๆ หย่อนตัวแช่ลงไป หลับตาผ่อนคลายไปกับเสียงเพลง แล้วน้ำมันจากน้ำกะทิจะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อช่วยปรับสภาพผิวที่แห้งแตกให้กลับมานุ่มชุ่มชื่น หากทำเป็นประจำ คุณสาว ๆ ก็จะมีผิวที่สวยนวลเนียน และไม่เป็นกระอีกด้วย


  • สตอเบอร์รี่ช่วยเลือนริ้วรอยได้ง่าย ๆ

    สตอเบอร์รี่ช่วยเลือนริ้วรอยได้ง่าย ๆ

    สตอเบอร์รี่ช่วยเลือนริ้วรอยได้ง่าย ๆ
              ผลไม้สีแดงสดใส รสชาติหอมหวาน อมเปรี้ยว แสนอร่อย นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านโภชนาการแล้ว สตอเบอร์รี่ยังเต็มไปด้วยวิตามินที่เป็นประโยชน์กับผิว มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย อีกทั้งยังทำให้ใบหน้าสดใส ซึ่งวิธีการที่จะนำสตอเบอร์รี่มาใช้ลดเลือนริ้วลอยนั้นก็ง่ายมาก ๆ ค่ะ
              นำสตอเบอร์รี่ 2-3 ผล ล้างให้สะอาด ก่อนนำไปปั่นรวมกับน้ำผึ้งประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ปั่นให้เนื้อเข้ากัน จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาและรอบปาก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ปิดท้ายด้วยการทาครีมหรือมอยเจอร์ไรเซอร์

  • การจูบ 10 วิธีที่ทำให้แฟนคุณอ่อนระทวย

    การ จูบ ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่คุณจะเริ่มมี sex บางคนอาจจะคิดว่าก็จูบแบบธรรมดาๆ นี่แหละ เหมือนกันทุกครั้ง แต่ คราวนี้ไม่เหมือนกันค่ะ เพราะเราจะมาแนะนำวิธีการจูบอย่างลึกซึ้ง และมีขั้นตอน ชนิดที่ทำให้เขาของคุณ กลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟได้ทีเดียว ลีลาการเคล้าเคลียแบบที่เราจะแนะนำนี้ จะทำให้เขาของคุณ ซาบซ่านตั้งแต่หัวจดเท้าเลยหล่ะ

    • จูบ แห่งภูตพราย จูบบางเบาเหมือนสัมผัสแห่งภูติ จะทำให้เขาสั่นสะท้านไปถึงสันหลัง โดยเฉพาะถ้าคุณปฏิบัติอย่างช้าๆ และอ้อยอิ่ง ให้ใช้ริมฝีปากของคุณสัมผัสทักทายเขาแค่เพียงเบาๆ (อันนี้ก็ต้องมีท่าประกอบเล็กน้อย เช่น เอียงศีรษะของคุณไปมาอย่างยั่วเย้า) เมื่อคุณทำให้ริมฝีปากของเขาอุ่นขึ้นแล้ว ค่อยๆ ใช้ปลายลิ้นของคุณเลียริมฝีปากของเขาเบาๆ จากนั้นก็เป่าลมใส่เบาๆ การถูไถริมฝีปากของคุณกับเขาอย่างนิ่มนวล เป็นการทั้งกระตุ้นและยั่วอารมณ์ของเค้าได้ในคราวเดียวกัน มันเร้าอารมณ์ได้อย่างเหลือเชื่อเชียวแหละ

    • จูบ ผยอง จูบแบบเผาผลาญนี้จะทำให้เขาของคุณได้เห็นว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้านาย ให้ใช้ปลายนิ้วของคุณลากไปตามเส้นรอบปากของเขาอย่างช้าๆ จากบนลงล่าง เมื่อลากมาถึงจุดกึ่งกลางริมฝีปากล่าง ให้ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบริมฝีปากล่างแรงๆ จนดูเหมือนเขากำลังห่อริมฝีปากอยู่ จากนั้นดึงเขาเข้ามาใกล้ๆ และใช้ลิ้นชิมริมฝีปากของเขาที่คุณบีบเอาไว้ด้วยปากของคุณ มันจะให้ความรู้สึกรุนแรงและหยาบกระด้างเล็กน้อย ซึ่งบางครั้งผู้ชายก็อยากจะรู้รสความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน

    • จูบ หลอมลมหายใจ จูบที่แสนยาวนานนี้จะทำให้เขาแทบลืมหายใจเลยทีเดียว แต่ก็ต้องมีเทคนิคกันหน่อยนะ และเทคนิคที่ว่าคือ ต้องให้ปากต่อปากประกบกันแน่น จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศรั่วไหลออกมาได้เลย จากนั้นก็ค่อยๆ อ้าปากคุณขึ้นแล้วสูดลมหายใจ ให้เหมือนกับว่าคุณดูดลมหายใจออกจากปอดของเค้า แต่ว่าต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปนะ มันจะทำให้คุณสองคนรู้สึกเหมือนเป็นคนๆ เดียวกัน หายใจเข้าออกพร้อมๆ กัน

    • จูบ สัตว์ป่า ฝังริมฝีปากของคุณใต้ติ่งหูของเขา และขณะที่คุณเลื่อนลงมาเรื่อยๆ ตามลำคอเขา ก็ค่อยๆ ใช้ฟันหน้าของคุณงับเนื้อของเขาขึ้นมาซักนิด ดึงเบาๆ แล้วปล่อย เพราะในขณะที่ร่างกายมีอารมณ์ทางเพศนั้น ร่างกายจะปล่อยสารเอนดอร์ฟินส์ออกมา ซึ่งจะช่วยกดตัวรับความรู้สึกเจ็บเอาไว้ และเปลี่ยนให้กลายเป็นประสบการณ์พิศวาสอันแสนเร้าใจ

    • จูบ ผลัดกันชม รอยจูบแบบนี้เป็นการเอาอกเอาใจซึ่งกันและกัน เริ่มด้วยคุณจูบริมฝีปากบนของเขา และเขาจูบริมฝีปากล่างของคุณถูไถไปมาสลับกับดูดเบาๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ของเขาให้ปั่นป่วนเล่น จากนั้นก็สลับกันคุณจูบริมฝีปากล่างเขาบ้าง และเขาก็จูบริมฝีปากบนของคุณ การดูดจะทำให้เลือดแล่นมาเลี้ยงที่ริมฝีปาก และจะทำให้เกิดความอบอุ่น อ่อนไหวอย่างบอกไม่ถูก

    • จูบ ฮอทแอนด์โคล การจูบแบบร้อนสลับเย็นนี้ จะทำให้คุณรู้สึกซาบซ่าน อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เริ่มต้นด้วยจิบเครื่องดื่มร้อน จากนั้นก็โน้มตัวเข้าไปหาเขา และฝังรอยจูบ อย่างดูดดื่มแบบใช้ลิ้นสัมผัสด้วยนะ ขณะที่เขาหยุดพักหายใจ ให้คุณหันมากินไอศกรีมช้อนนึง ปล่อยให้ปากเย็นลง แล้วหันไปจูบเค้าแบบเดิมอีกครั้ง การประกบปากกันแบบนี้ จะทำให้เขาหวั่นไหว เป็นสองเท่าของการจูบแบบธรรมดาเชียวหล่ะ

    • จูบ นักล่า จูบแบบนี้ ทำให้คุณสามารถค้นหาจุดเร่าร้อนของเขาได้ โดยเริ่มต้นที่ รอยบุ๋มตรงกลางคอของเขา ระหว่างกระดูกไหปลาร้า จากนั้นคุณค่อยๆ เลื่อนริมฝีปากลงมาตามตัวของเขา ผ่านแผ่นอก กล้ามท้องแล้วก็… ลงไปเรื่อยๆ จนถึงปลายเท้า อ้อ แล้วอย่าลืมสังเกต จุดที่พอคุณลากริมฝีปากผ่าน แล้วเค้าเกิดอาการเกร็ง หรือถอนหายใจ (อย่าลืมเวลาที่ลากริมฝีปาก จะต้องเผยอริมฝีปากของคุณ ดุนออกมานิดนึง แล้วลากเป็นวงกลมเล็กๆ ไปด้วย ที่สำคัญ ต้องสัมผัสกับผิวหนังเขา อย่าให้ขาดตอนเชียวนะ) เมื่อลงมาจนสุดทางแล้ว ให้ย้อนกลับขึ้นไปใหม่ ทีเนี๊ยแหละ เมื่อถึงจุดที่ทำให้ เขาถอนหายใจหนักหน่วงเป็นพิเศษ ให้โจมตีเป้าหมายได้ทันที ด้วยการดูดแรงๆ บริเวณนั้น รับรองอารมณ์ของเขา จะกระเจิดกระเจิง จนแทบอยากจะล่าคุณแทนเลยละ

    • จูบ นักสำรวจ จูบแบบ ใช้ลิ้นสำรวจ ทุกซอกทุกมุม ภายในปากของเขา โดยเริ่มจาก เกร็งปลายลิ้นเล็กน้อย ขณะใช้ปลายลิ้น สัมผัสไปทั่ว เพดานปากของเขา แล้วก็คลายลิ้นให้อ่อนตัวลง แล้วปล่อยให้ตกไปที่ฟันของเขา จากนั้นใช้ลิ้นลูบ ไปตามแนวฟันช้าๆ เริ่มจากด้านในไปเรื่อยๆ แล้วจบโดย ใช้ลิ้นคุณตวัดลิ้นของเขา มันจะได้รสชาติใหม่ๆ ที่แปลกประหลาด ซาบซ่านไม่เบา

    • จูบ ผสานเสียงครวญ ฝังปากของคุณลงที่ ใต้ติ่งหูของเขาเป็นการเริ่มต้น แล้วค่อยๆ เลื่อนริมฝีปาก ไปตามแนวกราม พร้อมครางเบาๆ โดยเปลี่ยนโทนเสียง ให้แตกต่างกันไปด้วย เริ่มจากโทนเสียงต่ำๆ ไปจนถึงโหยหวน นั่นเป็นการสร้างความหวั่นไหว ให้เขาได้หลายรูปแบบ เสียงครางเป็นอะไรที่มากกว่า คุณบ่งบอกให้เขารู้ว่า คุณกำลังอยู่บนสวรรค์ชั้นเจ็ด ทว่ามันยังสร้างความรู้สึก ซู่ซ่าสั่นไหวอีกด้วย

    • จูบ นางพญางู เป็นวิธีที่จะกระตุก อารมณ์พิสวาส ของเขาให้ เหมือนทะเลบ้าคลั่งเลยเชียวแหละ วิธีปฏิบัติคือ ให้แลบลิ้นของคุณออกมา แล้วแหย่มันเข้าไป ในปากที่หุบไว้หลวมๆ ของเขา แหย่เข้าๆ ออกๆ และยั่วยวน ผสมผสานลีลา ที่เหมือนงูฉก แบบนี้กับการร่วมรักไปด้วย คุณและเขา จะได้ความรู้สึกอันแสน เร้าร้อนเป็นสองเท่าทีเดียว มันจะให้ความรู้สึกเซ็กซี่ เวลาที่คุณผสมผสานจังหวะ การรุกล้ำให้เป็นหนึ่งเดียว


  • ผู้หญิงอย่างเรา เม้าท์เรื่องอะไรกัน

    .

    …..คุณสาวๆ women.mthai ทราบกันบ้างมั้ยคะ ว่าผู้หญิงเราเนี่ย ใช้เวลาในการสนทนาเกี่ยวกับเรื่องไหนมากที่สุด แล้วนอกจากนั้น เรื่องที่ผู้หญิงอย่างเรา เค้าเม้าท์กันบ่อยๆ มีอะไรกันบ้างน๊า…

    …..  น้ำหนัก เรื่องที่สาวๆ อย่างเราพูดถึงกันมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง น้ำหนักของตัวเอง ไม่ว่าจะเพิ่มหรือลด ก็สามารถพูดได้ทุกวันทั้งวัน แต่ก็ใช่ว่าจะพูดถึงแต่เรื่องของน้ำหนักที่ขึ้นๆ ลงอย่างเดียวนะคะ ผู้หญิงเราเนี่ย ลองได้พูดแล้วก็ยิ่งสาวความยาวกันเข้าไป เพิ่มโน่นแต่งนี่

    …..  เรื่องของอาหาร ทั้งๆ ที่อยากกินซะเหลือเกิน แต่ก็ยังเอาขึ้นมาเปิดประเด็นกับเพื่อนสาวได้ อย่างเช่น อยากกินข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ช็อกโกแลต…แต่ก็กลั๊ว กลัวน้ำหนักเพิ่ม หรือไขมันอุดตันในเส้นเลือดบ้างล่ะ อยากกินก็กินเข้าไปเถอะค่ะ จะเปิดประเด็นเสวนากันทำไม เรื่องอื่นมีให้พูดถึงเยอะแยะไปค่ะ

    …..  เรื่องริ้วรอยก่อนวัย เป็นเรื่องธรรมชาติ ที่จะต้องเกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย ก็ต้องมีเรื่องนี้เป็นปัญหากวนใจกันทั้งนั้นแหละค่ะ แต่มันขึ้นอยู่กับว่า คุณจะยอมรับมันได้มั้ย แน่นอน…ผู้หญิงอย่างเราน่ะ ยอมไม่ได้อยู่แล้ว ใครจะไปยอมล่ะค่ะ คุณขา…พอเกิดริ้วรอยทีไรก็ต้องขอเม้าท์กับเพื่อนสาวได้ทุกทีเลย

    …..  ช้อปปิ้ง ที่ไหนลดราคาขอให้บอก ผู้หญิงก็ต้องคู่กับการช้อปปิ้งสิคะ แต่อาจจะมีน้อยบ้างมากบ้าง แล้วแต่นิสัยของแต่ละคน ผู้หญิงเราน่ะ พอรู้ว่าที่ไหนมีลดราคาก็ต้องรีบไปบอกเพื่อนสาวทันที เม้าท์กันไป ปากต่อปาก…

    …..  แฟนหนุ่ม เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่เม้าท์กันได้ไม่หยุด เม้าท์กันได้ตล๊อดตล๊อด…!!! ไม่ว่าใครจะไปไหนอย่างไร เพื่อนสาวคนไหนคบผู้ชายแบบไหน หรือว่าพฤติกรรมของแฟนหนุ่มเป็นอย่างไร ผู้หญิงอย่างเรามีหรือจะพลาด ต้องขอบอกเล่าให้เพื่อนๆ ได้รับรู้กันทั้งนั้น

    …..  การงาน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของงานที่ทำ การเดินทางไปทำงาน เพื่อนร่วมงาน คุณเธอก็ขอเม้าท์ๆๆ ให้เพื่อนสาวได้รับรู้อีกเช่นเคย แล้วถ้าหากว่า คุณเธอได้เลื่อนตำแหน่งหรือเพิ่มเงินเดือนแล้วล่ะก็ แถบจะป่าวประกาศออกไมล์ได้เลยล่ะค่ะคุณขา

    …..  เคล็ดลับความงาม เรื่องนี้สำคัญ เป็นผู้หญิงทั้งที ก็ต้องดูแลความสวยความงามของตัวเองกันหน่อยสิคะ จะปล่อยตัวให้หน้าคล้ำ ดำโทรมอยู่ได้ยังไงกัน เครื่องสำอางตัวไหนดี ตัวไหนใช้แล้วคุ้ม คุณเธอก็ต้องขอบอกต่อเพื่อนสาวค๊า…

    …..ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนๆ ผู้หญิงอย่างเราก็จับเอาไปเป็นประเด็นเม้าท์กันได้ทั้งนั้น แต่ก็อย่าเม้าท์ให้เกินขอบเขตนะคะ เพราะถ้าหากว่ามันมากเกินไปแล้วล่ะก็ มันอาจจะกลายเป็นการนินทา แล้วอาจจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่พอใจได้ค่ะ


  • เคล็ดลับดูแลห้องน้ำ ให้น่าใช้อยู่ตลอดเวลา

    ห้องน้ำเป็นส่วนสำคัญของบ้านที่จะขาดไม่ได้ ไม่ว่าบ้านนั้นจะเล็กหรือจะใหญ่ก็ต้องมีห้องน้ำ ห้องน้ำอาจเป็นห้องที่เล็กที่สุดในบ้านแต่มองข้ามไม่ได้ บางคนอาจใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานกว่าห้องอื่น ๆ เสียอีก และก็เป็นห้องที่เกี่ยวพันถึงสุขภาพของเราด้วย

    - สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการสร้างห้องน้ำอย่างแรกก็คือ แสงสว่างและการระบายอากาศเป็นอันดับแรก เพราะถ้าหากการระบายอากาศไม่ดีแล้วคุณจะอึดอัด ทำธุระส่วนตัวที อาบน้ำทีต้องรีบให้เสร็จไว ๆ ไม่อยากอยู่ในห้องน้ำนาน ๆ กลั้นหายใจไม่ไหวแล้ว

    - บ้านที่เป็นกำแพงทึบเพราะผนังติดกับเพื่อนบ้านนั้น คุณอาจจะใช้วิธีเจาะผนังติดพัดลมระบายอากาศ และอาจจะใส่บล็อกแก้วลายสวย เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้เข้ามาในห้องน้ำได้มากขึ้น

    - เปลี่ยนประตูเป็นประตูที่มีเกล็ดระบายอากาศ แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง เพื่อที่เวลาอาบน้ำชักโครกและพื้นส่วนอื่นจะไม่เปียก วิธีที่ง่ายที่สุดและประหยัดที่สุดก็คือการติดม่านพลาสติก หรือจะใช้กระจกใสกั้นก็ดูโปร่งและสวย

    - ส่วนวิธีที่การสร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายมากขึ้น นั้นก็อาจทำได้โดย หาต้นไม้ ดอกไม้ จะเป็นดอกไม้จริงหรือปลอมก็ได้ ที่สีสันของต้นไม้ดอกไม้จะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น อาจจะหากระถางต้นไม้หรือแจกันดอกไม้ไว้ตามมุมต่างๆภายในห้องน้ำ

    - สำหรับของที่ใช้ประจำวันต่าง ๆ ที่จำเป็นเช่น เครื่องสำอาง อุปกรณ์ทำความสะอาด ก็ควรมีตู้เก็บของ ตู้เก็บของที่มีหน้าบานเป็นกระจกเงาอย่างในรูปก็เป็นหนึ่งไอเดียที่ดี ประหยัดพื้นที่ หยิบใช้สะดวก และไม่มีของใช้มาวางเกะกะที่เคาน์เตอร์ล้างหน้าด้วย

    - อาจจะทำตู้เก็บของไว้เคาน์เตอร์ล้างหน้า สำหรับเก็บกระดาษชำระ หรืออุปกรณ์อาบน้ำที่เก็บสำรองไว้  อาจจะหาชั้นวางของแบบติดผนังมาติดก็ได้ ซึ่งก็ต้องดูให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และขนาดห้องน้ำของคุณเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานเสมอ

    - อีกเรื่องหนึ่งก็คือความสะอาด คุณคงไม่อยากเข้าไปนั่งทำธุระให้ห้องที่ตกแต่งดีแต่ไม่สะอาด มีเศษแต่เส้นผมอุดตันฝาระบายน้ำแน่ ๆ   แหล่งที่อยู่ของเชื้อโรคที่มากที่สุดในห้องน้ำคือบริเวณชักโครก ดังนั้นถ้าหากเป็นได้คุณก็ควรทำความสะอาดชักโครกให้บ่อย ทุกวันได้ยิ่งดี

    - ส่วนพื้นส่วนเปียกที่เราใช้อาบน้ำ ก็อาจจะมีคราบติดตามร่องกระเบื้องที่คุณยาแนวขึ้นเป็นราดำ  การสะสมความชื้นตามร่องกระเบื้องหรือหินธรรมชาติไว้นานเกินไปเนื่องจากการระบายอากาศไม่ดี และแสงแดดส่องไม่ถึงนั้น ก็จะทำให้คุณได้รับเชื้อโรคไปด้วย

    ลองทำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กับห้องน้ำของคุณดู ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเผลออยู่ในห้องน้ำเป็นชั่วโมงๆ


  • อาหารที่พลาดไม่ได้สำหรับวัยทอง

    ผู้หญิง วัยทอง

    อาหารที่พลาดไม่ได้สำหรับคุณแม่ “วัยทอง” (Lisa)

    ขอฉลองวันของผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต ด้วยการเอาใจคุณแม่มาใส่ใจเรายิ่งคุณแม่ที่อยู่ในวัยทอง เราในฐานะลูกมีหน้าที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษนะ

    ดับอาการร้อนวูบวาบ

    คนไม่เคยเป็นคงไม่รู้หรอกว่า อาการร้อนวูบวาบมันช่างทรมานและน่าหงุดหงิดสักแค่ไหน การที่คุณแม่ต้องตื่นขึ้นมาร้อนกลางดึก หรือในขณะทำงานไม่ใช่เรื่องสบายเลย
    เริ่มต้นจากการลดชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม และอาหารรสจัด สาวใหญ่หลายคนพบว่า อาหารเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นอาการร้อนวูบวาบ

    นอกจากนี้ ยังมีน้ำตาลขัดสีซึ่งอาจกระตุ้นอาการได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น ก็ต้องหลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยวที่มีน้ำเชื่อมข้าวโพด และน้ำตาลชนิดอื่น ๆ ที่พบในอาหารสำเร็จรูปด้วย พร้อม ๆ กับดื่มน้ำ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน สำหรับอาหารที่ควรกินก็คือ ผักและผลไม้ที่มีไฟโตเอสโตรเจน

    หยุดอารมณ์แปรปรวน

    ถ้าคุณแม่หงุดหงิดง่ายเป็นพิเศษในช่วงนี้ เรามีหน้าที่ต้องเข้าใจว่า มันเป็นเพราะระดับฮอร์โมนที่แปรปรวนในร่างกาย คุณแม่อาจจะยิ้มแย้มแจ่มใสแล้วอยู่ดี ๆ มาซึมเศร้า นี่เป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ

    ความทุกข์ระทมมีสาเหตุมาจากระดับฮอร์โมนเซโรโทนินในสมองต่ำ ลองมองหาอาหารที่จะช่วยเพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุขได้ อย่างเช่น กล้วย ดาร์กช็อกโกแลต ข้าวกล้อง ไข่ แซลมอน และถั่วจำพวกอัลมอนด์

    คุณแม่น้ำหนักขึ้น

    วัยทองกับน้ำหนักตัวที่มากขึ้นเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ระดับเอสโตรเจนในร่างกายตกต่ำลง ไขมันก็จะไปสะสมอยู่บริเวณท้อง แต่สะโพกและหน้าอกจะหย่อนยานลง พร้อม ๆ กับการเผาผลาญพลังงานในร่างกายจะลดลงด้วย เพื่อลดอาการจากวัยทอง เริ่มที่ลดอาหารจากไขมัน เช่น เนื้อติดมัน นม ไอศกรีม เนยซึ่งจะทำให้คอเลสเตอรอลและโอกาสเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

    ป้องกันกระดูกพรุน

    เมื่อผู้หญิงเข้าสู่ช่วงวัยทองแล้ว ความหนาแน่นของมวลกระดูกจะลดลงอย่างน่าใจหาย ประกอบกับการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้กระดูกบางลงจนเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน หรืออาจแตกและหักได้ง่าย จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องกินอาหารที่มีแคลเซียม เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน

    คุณแม่ที่เข้าสู่วัยทองควรได้รับแคลเซียม ตั้งแต่ 1,200-1,500 มิลลิกรัม ทุก ๆ วัน ทางเลือกที่ดี ได้แก่ น้ำเต้าหู้ โยเกิร์ตไขมันต่ำ ลูกพรุน ลูกฟิกส์ ผักใบเขียว ส่วนกาแฟที่มีกาเฟอีน จะทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ไม่ดีนักค่ะ

    เสริมเกราะเหล็กให้หัวใจ

    โรคหัวใจ รวมถึงคอเลสเตอรอลสูง เส้นเลือดหัวใจอุดตัน หัวใจวาย และสโตรก ล้วนแต่มุ่งโจมตีหญิงวัยทอง หน้าที่ของเราก็คือเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหัวใจของคุณแม่ ด้วยการเปลี่ยนอาหารการกินอย่างง่าย ๆ

    อันดับแรกคือ เพิ่มปริมาณผักและผลไม้ เพื่อชะล้างสิ่งที่อุดตันในหลอดเลือดแดงควบคู่ไปกับการเพิ่มวิตามิน และสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย อย่าลืมแซลมอนหรือปลาทูที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยปกป้องหัวใจจากคอเลสเตอรอล “เลว” ด้วยนะคะ

    Don’t

    อาหารบางชนิดอาจกระตุ้นอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน รู้สึกไม่สบายบริเวณช่องคลอด และอาการวัยทองอื่น ๆ ตัวร้ายเหล่านี้ ได้แก่ น้ำตาล กาเฟอีน อาหารสำเร็จรูป และอาหารรสเผ็ดจัด ถ้าคุณแม่ว่าง ๆ ก็นั่งเขียนไดอารี่หรือคอยจดว่ากินอะไรเข้าไปบ้างจะทำให้รู้ว่า อ๋อ…อาหารนี้จะไปกระตุ้นอาการนี้นี่เอง ที่สำคัญคุณแม่ต้องเลิกบุหรี่ และลดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงเหลือประมาณ 3-5 ดริ้งก์ต่อสัปดาห์ แค่นี้คุณแม่ของเราก็จะมีสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็ตามค่ะ

    สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าสิ่งที่แม่ต้องการจริง ๆ อาจเป็นความห่วงใยและความรักจากเรานี่เอง อย่าลืมให้คุณแม่บ่อย ๆ นะคะ

    อาหาร 10 อย่างที่คุณแม่พลาดไม่ได้

     1.น้ำมันงา : เพิ่มน้ำหล่อลื่นในช่องคลอด

     2.แบล็กเคอร์แรนต์ : ลดแน่นในทรวงอก

     3.น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส : อารมณ์ผ่อนคลายลดความหงุดหงิด และคลายตึงบริเวณหน้าอก

     4.แปะก๊วย : เพื่อความจำที่ดี

     5.โสม : ลดอาการร้อนวูบวาบ ผ่อนคลาย ความเหนื่อยล้า

     6.ถั่วเหลืองและเต้าหู้ : เพิ่มไฟโตเอสโตรเจน ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายสมดุล

     7.ชาเขียว : เสริมสร้างกระดูก และหัวใจที่แข็งแรง

     8.แตงโม : ลดบวมน้ำ

     9.นมไขมันต่ำ : ป้องกันกระดูกพรุน

     10.น้ำเปล่า : ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็ต้องดื่มน้ำเปล่า 6-8 แก้วต่อวันเพื่อให้ผิวเต่งตึงและลดปัญหาการขับถ่ายนะคะ


  • ช่างใจบุญ

    ช่างตัดผม

    ช่างใจบุญ  (ไทยโพสต์)

    บาทหลวงรูปหนึ่งเดินเข้าร้านตัดผม ตัดเสร็จแล้วท่านกล่าวขอบคุณแล้วถามราคา

    ช่างตอบว่า “ไม่ละครับคุณพ่อ ท่านเป็นนักบวช กระผมไม่คิดเงิน” บาทหลวงขอบคุณแล้วอวยพรให้ธุรกิจรุ่งเรือง วันถัดมา มีเหรียญทอง 10 วางปรากฏที่หน้าประตูร้านราวปาฏิหาริย์

    สองวันต่อมา ภิกษุรูปหนึ่ง เข้าร้านให้ช่างโกนหนวดโกนคิ้ว แต่พอถึงเวลาจ่ายเงิน ช่างก็ตอบว่า “ได้โปรดเถิดครับพระคุณเจ้า ท่านเป็นผู้สั่งสอนธรรมะ กระผมไม่กล้ารับเงิน” วันถัดมา ปาฏิหาริย์เกิดซ้ำ มีพลอยทับทิมสุกปลั่ง 10 เม็ด วางที่หน้าประตูร้าน

    สัปดาห์ถัดมา แรบไบยิวเข้าร้าน ช่างแต่งผมให้เสร็จแล้วแรบไบ เตรียมควักเงินจ่าย “ไม่คิดเงินหรอกครับ ท่านเป็นผู้ปราดเปรื่อง ขอให้ท่านประสบสันติสุข”

    วันถัดมา ช่างเปิดประตูร้านแล้วเห็นแรบไบ 10 คน ยืนรอตัดผม

     


  • 5 วิธีคิดอย่างคนเก่ง

    5 วิธีคิดอย่างคนเก่ง

    คนเก่งไม่ใช่มาจาก พันธุกรรม หรอก แต่อยู่ที่การฝึกขัดเกลาสมองต่างหาก วันนี้ เกร็ดความรู้ มี 5 วิธีคิดอย่างคนเก่งมาฝากกัน

    1. มองโลกในแง่ดี และทำทุกสิ่งอย่างเต็มกำลังด้วยรอยยิ้มและความเบิกบาน ทำตัวให้สดชื่นมีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา ได้อย่างอยู่มือ

    2. มีศรัทธาในตัวเอง จงเชื่อมั่นในความเก่งของคุณ อยากให้ใคร ๆ เขาชื่นชอบและทึ่งในตัวคุณ คุณก็ต้องมั่นใจตัวเองก่อน

    3. ขอท้าคว้าฝัน ไม่มีอะไรที่จะทรงพลังมากเท่ากับความตั้งใจจริงและทุ่มสุดตัว จะเป็นแรง ผลักดันที่จะทำให้คุณสานฝันสู่ความจริงได้

    4. ค้นหาบุคคลต้นแบบ ใครก็ได้ที่คุณชื่นชมเพื่อเป็นมาตรฐานที่ดีในการดำเนินรอยตาม ศึกษาแนวคิด วิธีการทำงาน จุดเด่นในตัวเขา แล้วอาจนำมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตได้บ้าง

    5. เริ่มต้นงานใหม่ทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใส คนที่มีรอยยิ้มระบายไว้บนใบหน้าเสมือนประตูที่เปิดกว้าง ห้ใคร ๆ อยากเข้ามาคบหาด้วย การเจรจา ติดต่องานก็มักจะลงเอยด้วยความสำเร็จ

    นอกจากนี้ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยังสร้างความเบิกบานและคลายทุกข์ แถมยังเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดีอีกด้วย